Swan Lake Ballet (Bangkok’s 18th International Festival of Dance & Music)

ขอเขียน (แกมบ่น) เป็น bullet point แบบลวกๆ ภาษาแบบสุกเอาเผากิน ประสบการณ์การดูบัลเล่ต์ครั้งแรกในชีวิต


-Theme of the night = พัง!

เป็นวันที่พังมาก! เราชะล่าใจออกจากออฟฟิศเลทไปหน่อย ปรากฏว่า MRT คนเยอะมาก ขนาดยอมนั่งเลยไปอีกสถานีนึงเพื่อจะขึ้นรถไฟให้ได้ก็ยังรอเป็นชาติ กว่าจะลากสังขารไปถึงสถานีศูนย์วัฒนธรรมได้ก็อ่อนระโหยโรยแรงแถมลุ้นอีกว่าจะไปทันไหม ยังไม่พอ ไปถึงฝนก็ตก ต้องรีบนั่งพี่วินไปต่อ เพราะไม่งั้นจะไปไม่ทัน เปียกสิคะ! แถมตอนพี่วินขี่ย้อนศรย้อนเลนกลางสี่แยก ฉันนี่หัวใจจะวายตาย นึกว่าจะได้ตายกลางสายฝนก่อนดูบัลเล่ต์ สวอนล้งสวอนเลค tragedy อะไรนี่ไม่ต้องไปดูละ เพราะ tragedy จริงคือฉันตายก่อน งี้

-ตอนเบียดหน้าติดหลังคนใน MRT กับตอนซ้อนท้ายพี่วินกลางสายฝน พี่วินยื่นหมวกกันน็อค(มีกลิ่นตุๆ)ให้ใส่เพราะหัวเราจะได้ไม่เปียกมาก (ขอบคุณนะคะ) ในขณะที่เราแต่งเดรสดำ ถือกระเป๋า Mulberry ใส่ส้นสูง3นิ้ว แต่งตา smokey eyes แวบนึงก็คิดขึ้นมานะว่าเป็น irony ประเทศโลกที่สามจัง จ่ายเงิน 3,000 มาดูบัลเล่ต์ แต่งตัวสวย แต่คุณภาพขนส่งมวลชนและการเดินทางติดลบ ถึงสถานที่ก็เน่าและเปียกได้ที่พอดี กรุงเทพมหานคร ชีวิตดีดีที่ลงตัว

แต่เราไม่ได้ดราม่าหนักแบบ Facebook post นี้นะ คนแชร์เยอะเชียว คงเพราะเราตระหนักอยู่แล้วว่านี่คือคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพ เสน่ห์กรุงเทพจริงๆ…มีครบทุกรสชาติดีค่ะ (ไม่แน่ใจตัวเองว่าประชดหรือพูดจริง อาจจะทีเล่นทีจริง…)

– Swan Lake รอบนี้ เป็นวันเปิด Bangkok Dance Festival วันแรก พระเทพเสด็จ มีแต่คนแต่งตัวไฮโซๆ จัดเต็มกันทั้งน้าน

– หิวมาก! มาถึงกะรีบหาอะไรยัดเข้าปากกิน แต่มีอาหารแค่ Canape แซนด์วิช 3 คำเล็กๆให้กิน ด้วยราคา 120 บาท! จากโรงแรมดุสิต จะเป็นลมตาย จำใจจ่าย กินเข้าไปนึกว่ากินลม ไม่เหมือนมีอะไรตกถึงท้องเลย เคี้ยวทุกอย่างหมดภายใน 5 นาที

-หิวน้ำมาก! แต่น้ำที่ขายมีแค่ Evian or Perrier ในราคา 110 บาท โอ้มายก๊อด น้ำที่แพรีสยังถูกกว่านี้! อกอีแป้นจะแตก (ใครคืออีแป้น?) แถมคนต่อคิวเยอะ อดซื้ออีก ทนคอแห้งไปค่ะ


-การแสดงมีทั้งหมด 3 องก์ ระหว่างองก์จะมี intermission ประมาณ 20 นาที องก์แรกยาวมาก! ประมาณ 70 นาทีมั้ง จากมุมมองคนทั่วไปที่ไม่มีความรู้แบบเรา รู้สึกว่าเวิ่นเว้อไป เต้นไปมาแบบเดิมๆ ฉากวังเวิ่นเว้อมากๆ

-ระยะเวลาการแสดง 19:30-23:00 ยาวๆไปค่ะ! หาวไปประมาณ 456 ที ระหว่างดูไปก็คิดเยอะมาก เหม่อลอย ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยซะงั้น ทั้งเรื่องที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกะบัลเล่ต์ (อ้าว) สงสัยหลายอย่าง เช่น นักแสดงจำได้ไงว่าต้องเต้นอะไรตอนไหน สำหรับเรามันดูเหมือนกันหมด / ทึ่งด้วยกับคนที่เรียนบัลเล่ต์ การขยับเขยื้อนร่างกายเขาเหมือนไม่ใช่คนจริงๆ เป็นคนไม่มีกระดูก ทำกันได้ยังไงนะ / กว่าจะเต้นกันได้ถึงขนาดนี้ เท้าห้อเลือด เล็บหลุดกันไปกี่ครั้ง แค่คิดยังขนลุก / สงสัยต่อว่าอาชีพนักแสดงบัลเล่ต์มืออาชีพจะเป็นยังไง รู้สึกอยากอ่านสัมภาษณ์นักแสดงขึ้นมาทันที เดี๋ยวจะไปหาอ่าน / อยากรู้ว่านักแสดงบัลเล่ต์ผู้ชายมีแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้ชอบเต้น เพราะพอนึกถึงการเต้นบัลเล่ต์เราจะนึกถึงผู้หญิงก่อน จริงไหม ผู้ชายชอบเต้นอะไรแบบนี้ด้วยเหรอ / อยากดูหนังเรื่อง Swan Lake รู้สึกพลาดที่ยังไม่ได้ดู ทุกคนบอกว่าดีมากๆ

-Swan Lake theme ติดหูจริงๆ ได้ยินไม่รู้กี่รอบ

-เหมือนมีท่อนนึงระหว่างการแสดง เราน่าจะเคยเล่นเปียโนท่อนนั้นมา ของ Tchaikovsky นี่ล่ะ Flashback ไปถึงตอนเรียนเปียโนซะงั้น! ตอนขยันซ้อม นึกถึงครูญี่ปุ่นที่เคี่ยวเข็ญเราให้สอบให้แข่ง นึกถึงตอนม.2ไปเล่นที่ Goethe แล้วเล่นผิดหนักมากและรู้สึกขายหน้ามาก (Impromptu Op.90 No.2 in E-flat Major ของ Schubert โน้ต 10 หน้า ซ้อมร้อยรอบ วันจริงเล่นแหว่งไปเกือบ 2 หน้า จำได้ดี ลงเวทีมาแล้วจะร้องไห้) เรียนมา 10 ปี พอเลิกเรียนก็ไม่เคยแตะเปียโนอีกเลย ยังสงสัยและหาคำตอบจากตัวเองไม่ได้ว่าเพราะอะไร…จนถึงทุกวันนี้ สรุปนี่ฉันไม่ได้รักการเล่นเปียโนเลยเหรอ?

-ตีความบัลเล่ต์ไม่ออก! ดูแล้วงงว่าฉากนี้สื่อถึงอะไร เรานี่งงตอนจบค่ะว่าจะตีความอย่างไร สรุป happy ending หรือพระเอกกับนางเอกตาย ต้องมาหาเรื่องย่ออ่านอีกรอบ ถือว่าสกิลการตีความกาก ไม่ผ่านสินะ


-นั่ง discuss เรื่องการตีความ ฉาก อารมณ์ตัวละคร ช่วง intermission กับเพื่อนๆ เช้าวันรุ่งขึ้นยังมีการไลน์คุยกันในกรุ๊ป เพราะต่างคนต่างข้องใจ รู้สึกว่าการทำอะไรแบบนี้อักส๊อนอักษรมาก ไม่เคยทำแบบนี้กับเพื่อนคนอื่นนอกคณะเลยแฮะ

-คิดถึงวิชา Intro to Dramatic Arts ที่คณะ…ในแง่ที่ว่าพอเรียนจบมาแล้วเราไม่สามารถกลับไปดูหนังแบบไม่ค่อยคิดอะไรได้อีก ไม่รู้เพื่อนที่คณะคนอื่นเป็นเหมือนเราไหมนะ แต่ถ้ามาดูละครเวที ละครเพลง หนังบางแนว (ที่ไม่ตลาดมาก) หรือบัลเล่ต์อย่างคราวนี้ จะรู้สึกว่าต้องตีความในหัวตลอดเวลา ฉากนี้สื่อถึงอะไร การที่ตัวละครทำแบบนี้คือจะเป็นสัญญาณปูไปสู่ฉากต่อไปหรือเปล่า สัญลักษณ์ในเรื่องมีอะไรบ้าง ได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้าง เป็นการดูแบบเก็บรายละเอียดมากขึ้นมากๆ และเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ เหมือนสมองโดนจูนไปให้คิดแบบนี้แล้ว

-กลับบ้านอย่างหมดสภาพที่สุด ทั้งหิวทั้งง่วง และเหนื่อยมาก หาวไม่รู้กี่รอบ แต่ขนาดง่วงมากอยากจะนอนก็นอนไม่ได้เพราะหิวโซ คอแห้งอีก ต้องคุ้ยหาอะไรกินในตู้เย็นตามมีตามเกิดก่อนนอน บอกแล้วว่า theme พัง! ของจริง

-รูปใน IG (ซ้าย) คือมายา แต่ใน IG stories (ขวา) คือของจริง

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s