The most uneventful weekend ever

Yup, did everything against best digital marketing practice to catch your attention in 3 seconds by putting it out there how uneventful (Read: boring?) it is for me this weekend. HA!

It’s interesting in a way though, as I checked my Moleskine agenda, this is the FIRST weekend, the whole entire weekend, this year that I’ve been home all weekend long. And working only very, very little.

And I tend to go on here when I have time to “reflect” or rant I’m not so sure. I started and finished this fiction called Normal People by Sally Rooney here in a day. It was alright, quite interesting to get a glimpse of stories of 2 people struggling through life and battling depression. You see how damaged humans are in this kind of novel and it did make me feel depressed at one point (Why am I reading this!? I wonder). But it didn’t leave any great impact on me like all the great reviews and prizes this novel had claimed, and I probably wouldn’t recommend it to anyone else.

It’s been a fairly easy, relaxing April so far! Having said that, I started the first week by panicking, freaking out, and feeling intensely upset about the changes (most likely affected by PMS though…). I was and probably still am having a culture shock and still getting adjusted myself to this new environment. I have more work-life balance now for sure. As far as I know, most likely there will be no 3AM Line messages or emails anymore and I can rest assured that crazy life of mine is now over. But I am sure there will always be new problems and issues for me to solve, no matter where I go. Hey, that’s why we all work, don’t we? To solve problems!

It’s really just the beginning now. But as someone who has been on fast-paced, high pressured, dynamic environment for a while, it could feel strangely peaceful and…slow. Not saying which one is better than the other, and actually I don’t think being too fast or too slow is good, it’s just like I was thrown between different ends of spectrum. And it’s such a sharp contrast to me. Every element in the culture, be it system or people, is entirely different.

It’s also very different when you shift from an agency to a brand. And it hit me in the first week. Now I get it how they say you are surrounded by similar people in the agency and everyone understands each other because we all speak the same language. But when you are a brand, you have to work a lot more on cross departments internally and they don’t really understand what you are doing at all. Communication skills would be very much needed here, and this is great because I believe it’s one of my strength. You would get to see the entire business of how things run as well. And I’m excited to learn about all of that, although I have to admit it can feel lonely at times when no one really knows when you are doing. I had an amazing team which we talked about work all day (and most cases night) long. We always supported each other and gave each other feedback, we tagged each other when there were some interesting news and stats related to digital marketing and so much more. Another thing I am getting adjusted to.

One of the good things now is that, I have more time to read and learn, which is great because they are both my favorite activities! Need to roll my sleeves up and get my hands dirty more from now on for sure as I don’t have a team to fall back on!

Another thing I want to do is try to explore Silom a bit more. It’s a mixture of old and new cultures in this neighborhood here. So far I’ve loved great selection of street food or food in general in all the markets here. Food is cheaper than Sukhumvit but more delicious! Possibly more shopping markets for cheap stuff too. Love it. The whole morning commute for an hour in a packed BTS is brutal though. But hey, you can’t have everything in life, right?

What an endless rambling kind of post (as usual!). Out of sheer boredom (again).

Review: Base Bangkok (Thonglor, Sathorn, Chidlom branches)

เพิ่งรู้สึกตัวว่าไม่เคยเขียนรีวิวที่ Base ทั้งที่เป็นยิมประจำของตัวเอง ปกติไปทองหล่อ ซึ่งเป็นสาขาแรก แต่ไหนๆก็ได้ไปลองมาครบ 3 สาขาแล้วเลยขอเขียนรีวิวหน่อยละกัน

Base Bangkok มีที่ทองหล่อ (คอนโด Noble remix ติด BTS ทองหล่อ) สาทร (ตึกสาทรธานี ติด BTS ช่องนนทรี) และล่าสุดคือชิดลม (ตึกอัมรินทร์พลาซ่า ติด BTS ชิดลม) เราว่าจุดเด่นของ Base คือโลเคชั่นนี่แหละ ทุกสาขาจะมี sky walk เชื่อมถึงเลย สะดวกมากๆ

Classes

HIIT (High Intensity Interval Training) + Strength Training เราว่าคลาสที่ Base สำหรับมือใหม่ที่ไม่ค่อยออกกำลังกายมากอาจจะโหดนะ เราเคยมาลองเล่น HIIT ตอนเริ่มออกกำลังกายสม่ำเสมอแค่ไม่กี่เดือน ตอนนั้นยังอ่อนแอมาก (แต่ก่อนเราทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ plank ก็ไม่ได้ ยกอะไรไม่ได้เลย อาการหนักมากๆ) บอกเลยว่าเล่น HIIT แล้วเหนื่อยแบบท้อแท้อะ55 คือทุกอย่างมันเยอะ เร็วไปหมด แล้ว core เราอ่อนแอ ทำอะไรก็ไม่ไหวเลย แค่วอร์มอัพ 10 นาทีแรกเราก็เหนื่อยจะตายแล้ว ยกเวทอะไรก็ต้องเอาแบบน้ำหนักน้อยสุดๆ เลยไม่สนุก

แต่สำหรับมือใหม่เราว่าถ้าฝืนใจทนไป ร่างกายก็น่าจะปรับตัวได้นะ ที่ Base คนที่มาเล่นหลายคนจะดูจริงจังมาก แบบหุ่นดีดูออกกำลังกายตลอด ฝรั่งก็เยอะ อาจจะรู้สึก intimidated ได้ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ต้องไปสนใจ เราก็ทำของเราเท่าที่ได้พอ

(รูปนี้ที่ Base ทองหล่อ เล่นคลาสกันตรงนี้แหละ)

คลาสก็มีให้เลือกหลากหลายเลย แต่ละคลาสก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป เช่น

– Basecamp จะผสม cardio & strength ใน 6 stations station นึงจะราว 5 นาที ไม่นาน พอเสร็จ station นึงก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

– Base Build เน้น strength training ยกเวท ไม่มีกระโดด ไม่คาร์ดิโอ มี 4 stations

– Base Burn ตามชื่อเลยค่ะ คือเน้น cardio ล้วน เหนื่อยสุดๆ เป็นคลาสที่ส่วนตัวแล้วแทบไม่เข้าเลย55 ไม่ชอบคาร์ดิโอจริงๆ ขอเข้าคลาสที่มีเวทมาตัดนิดนึงก็ยังดี

– The Works อันนี้สนุกและเหนื่อยดี ผสม cardio & strength แต่มีถึง 9 stations station นึงแค่ 45 วิ คือจะเปลี่ยนเร็วมากๆ แต่ทำทั้ง circuit อะ 3 รอบ เพราะฉะนั้นคือเหนื่อยนะ แต่ด้วยความที่มันเร็วดีเราก็จะไม่เบื่อมาก โดยเฉพาะเวลา station run, row, bike (Read: cardio) เราก็จะไม่ทรมานเท่าไร 555

– Base X อันนี้ผสมๆเหมือนกัน แต่รู้สึกคลาสจะสั้นกว่า แค่ 45 นาที คลาสปกติจะ 1 ชม.

– Base Strong คลาสประจำเราที่ทองหล่อค่ะ อันนี้คลาสพิเศษ คือจำกัดแค่ 10 คนต่อคลาส และจองเต็มเร็วมากกกก คือเราต้องตั้งนาฬิกาปลุกตอน 23:55 เพื่อจะได้จองคลาสตอน 00.00 พอ 00.01 คลาสเต็มแล้ว! waitlist กันไปตามระเบียบ คลาสนี้คือต้องเคยเล่นมาแล้วพอสมควร มีพื้นฐานด้านการยกเวท ไม่แนะนำสำหรับคนเพิ่งเริ่มเล่น เพราะเรายกกันหนักพอสมควร หลักๆที่เราทำคือ Squat, bench, deadlift (powerlifting style) โดยจะมีโปรแกรมแต่ละวันให้ทำต่างกันไป เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ส่วนตัวเล่นมา 4-5 เดือน ไป 2-3ครั้งต่อวีค เห็นผลมากๆ แข็งแรงขึ้นมากจริงๆ โค้ชดีมากๆ มีความรู้ ช่วยดูฟอร์มอย่างดี ถามอะไรได้หมด

(รูปนี้น่าจะตอน join Base Strong เดือนแรกเลย deadlift ได้แค่ 60 โล)

– Speed & Endurance คลาสพิเศษจำกัดคน เป็น intense cardio คิดว่าเราจะเคยเข้าปะ? แน่นอนค่ะว่าไม่ จุดยืนชัดเจน555

Facilities

เอาแค่ชุดออกกำลังกายมากับรองเท้า นอกนั้นที่นี่มีให้หมด ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนูซับเหงื่อ น้ำเปล่าขวดละ 10 บาท ที่เราชอบมากกกกกที่สุดในโลก คือแชมพู ครีมนวด กับสบู่ในห้องน้ำ Base ค่ะ! ยี่ห้อ Malin + Goetz แชมพูออแกนิกกลิ่น peppermint คือหอมมากกกกกกก! เหมือนเคยเสิร์ชราคาในไทยมันแพงมากๆอะ มาใช้เอาที่ Base แทนละกันนะ

นอกจากนี้ก็มีโลชั่น Malin + Goetz ให้เหมือนกัน มีไดร์เป่าผม หนังยางรัดผม deodorant spray cotton bud ถุงใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว tampon ยังมีวางไว้ให้อะ ทุกอย่างมีให้ครบจริงๆตามราคาที่จ่ายไปนะคะ

อ้อ แต่มีข้อติของสาขาสาทรกับชิดลมนิดนึง สาทรเหมือนต้องแชร์ห้องอาบน้ำใน co working space แล้วห้องน้ำต้องเดินไปอีกฟากนึง อุปกรณ์ก็ไม่ครบเหมือนทองหล่อ แชมพูสบู่ก็แบบธรรมดาๆ

ส่วนสาขาชิดลม ห้องน้ำต้องใช้ของตึก เดินไปอีกฝั่งนึงเหมือนกัน ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร แต่ยังดีมีห้องอาบน้ำในยิมให้ สถานที่ชิดลมโดยรวมก็จะใหม่สุด ดูดีสุด มีสกรีนออกจอใหญ่และเด่นมาก

(รูปนี้ที่ Base ชิดลม / Plates ใหม่คือมีสลักชื่อ Base Bangkok ด้วยจ้า เพิ่งใช้กันได้ไม่นาน)

Atmosphere

Base ทองหล่อเป็นที่ที่ Soooo expat-oriented! เดินเข้ามาแทบจะไม่ได้ยินภาษาไทยคุยกันละ ภาษาอังกฤษที่ได้ยินก็จะแนวสำเนียงเด็กนอกหมด อินเตอร์มากๆ คนไทยที่เราได้ยินบ่อยๆก็จะพูดไทย 2 ประโยค สลับกับอังกฤษอีก 5 ประโยค (Oh you know I แบบชอบใช้ trainer เพราะว่า he can motivate me…แนวๆนี้) เราเป็นเด็กไทยแท้เรียนไทยก็จะไม่ชินหูอย่างแรง และแอบทึ่งว่าเค้าสลับภาษาทันได้ไงนะ เราพูดได้แค่ภาษาเดียวยาวๆ ให้สลับไปมานี่เราทำไม่ได้อะ งง555 Base เป็นที่ที่เดินเข้ามาแล้วจะไม่รู้สึกเหมือนอยู่ประเทศไทยเลย แต่เพื่อนเราบอกสาทรก็จะไทยๆมากกว่า เป็นพวกพนักงานออฟฟิศแถวนั้นกันเยอะ

Instructors ทุกคนที่นี่เฟรนด์ลี่มากกกก และดีมากกกก เราจำได้วันที่เรามาเล่นครั้งแรก มาคนเดียวแบบเด๋อด๋า instructor เข้ามาทักเราเลยตอนเริ่มคลาส hey you are new here right? แล้วก็บอกเลยว่าจะทำอะไรบ้าง แล้วก็ดูแลเรา มาจัดฟอร์มเราให้แบบใกล้ชิด คือรู้สึกดีอะที่เค้าใส่ใจ

เราคุยกะเพื่อนที่เล่นที่นี่ เพื่อนบอกว่า You do feel like people who are here truly want to be here ซึ่งเราเห็นด้วยมากๆ ฟีลลิ่งมันจะไม่เหมือนกับพวก fitness first, we fitness อันนั้นมันก็คนหลากหลายอะนะ ตามลักษณะธุรกิจเค้าที่เป็น mass โอเคที่นี่ก็จะมีหน้าใหม่ๆแบบใช้ guavapass เข้ามา แต่ความที่มัน niche กว่า เล็กกว่า เจ้าประจำก็จะมากันเรื่อยๆ เห็นหน้ากันประจำๆ ทุกคนก็ดูตั้งใจ จริงจังอะ เราว่ามันเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีเหมาะกับการเล่นฟิตเนส ฟิตเนสที่ดีก็ควรเป็นแบบนี้แหละ สร้าง community อะนะ

ที่สำคัญก็พวกเทรนเนอร์นี่แหละที่ทุกคนไนซ์มากๆ และความรู้แน่นมากด้วย เราเริ่มมาอ่านๆเรื่องพวกการเล่น การยกเวท การกิน ก็เพราะจากที่ได้คุยกะพวกเทรนเนอร์ที่ Base เนี่ย ทุกคนอธิบายได้แบบมีเหตุผล มีความรู้ ถ้าพวก fitness first บางทีก็มั่วๆ พูดอะไรก็ไม่เมคเซนส์บ้าง หรือไม่อธิบายบ้าง แต่ Base จะไม่มีแบบนั้น

Price

เช็คได้จากเว็บ เราว่าแพง แพงเลยแหละ55 ตอนนี้เราใช้แพคเกจ unlimited 6 months รู้สึกจะจ่ายไปราวๆ 30,000 บาท ซึ่งถ้าเป็นพวก fitness first, Virgin ราคาเท่ากันอาจจะเล่นได้ทั้งปีเลย แต่คิดว่าก็คุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับมั้งนะ

ถ้า PT ราคาก็โหดมากกก ชม.ละเกิน 2,000 บาท เราว่าราคาแรงเกินเหตุ… แต่เพราะเป็น Base เค้าก็มีกลุ่มลูกค้าของเค้าอยู่แล้ว (Read: rich people555) ดาราอะไรก็มาเทรนที่นี่บ่อยเหมือนกัน

สรุป

เขียนมายาวยืด สรุปเราก็ชอบแหละ พอใจ Base แบบรวมๆ ที่นี่ดี แต่ที่ชอบมากๆคือ Base Strong class มากกว่า (ถ้ามีเวลาอาจจะเขียนรีวิว Base Strong แยกอีกโพสว่าทำไมถึงชอบมาก) เลยรู้สึกโอเคที่จะจ่าย

เหมาะกับคนที่อยาก challenge ตัวเองในการออกกำลังกาย คลาสมันเหนื่อยนะ55 อาจจะเหมาะกะคนขี้เบื่อเพราะมันเร็วๆ แป๊บๆ ดี หรืออาจจะเหมาะกะคนที่เริ่มเบื่อพวก chain fitness (fitness first, we fitness, Virgin) ที่นี่ก็อาจจะตอบโจทย์คุณมากกว่าค่ะ

ปิดท้ายด้วย Gymfie 1 รูป 55 (คนจะถามว่าทำไมใส่ converse มายิม? เวลายกเวทเราต้องฟีลพื้นให้ได้มากสุดเพื่อจะได้มีแรง drive ขึ้น แล้ว converse ส้นมันเรียบแบนเลยใส่ได้ รองเท้าวิ่งนิ่มๆเด้งๆนี่ห้ามค่ะ ไม่อีกทีหลายคนก็ยกกันเท้าเปล่าเลย)

Are you chic enough to live in Bangkok?

It’s Sunday, and I chose to stay home all day reading fashion magazine (Cleo. I even subscribe it!), articles from Twitter (read tons of good ones today!), and a new novel, as well as chatting with my mom and brother, and cleaning hair brushes and make-up sponges.

Not exactly an Instagram worthy kind of day. 

Earlier my friend and I agreed to cancel our plan to go cafe-ing in Asoke, with the reason that we are too lazy to leave our houses. 

It made me feel I’m getting old, when staying home feels more luxurious than going to brunch in a cool cafe. 

Damn, didn’t I just miss the opportunity to Instagram my hot latte and Eggs Benedict!? Such a big deal, isn’t it? 

I sometimes sneer at and/or make fun of those Bangkokians posting photos of cool restaurants, new bars and chic cafes in town as pretentious; trying to let the world know what a chic, hip lifestyle they possess. Showing off is such a crucial part of Thai society these days. You need to show the world via all possible social media channels that you are always busy, doing interesting stuff all the time, especially in your free time at the newest hangouts in town. 

It’s almost impossible to avoid social media these days, as it creeps into our lives so much that it has become another important part of it. We get bombarded by it seeing what our “friends” (HUGE quotation mark here) are up to daily, hence it most likely has enough power to force us to do the same things. 

Ironically, I’m probably one of them too (HA), although I don’t think I’m the type that tries too hard. 

Since I started working, I somehow enjoy exploring new places to go, much more than when I was in Chula, with limited amount of money (student’s life), but a huge amount of homework, reports, lessons to review on weekends, and no time to chill (Weekends always made me stressed) 

Also I stopped hating Bangkok and enjoying living in my city more. Aren’t we great at producing more and more new places to eat and hang out out in this city!? Feel like a shame if I don’t take an advantage of this fact.

It’s all Sabai-Sabai, and Sanook-Sanook in this city of angel, isn’t it?

(Trying hard not to sneer at that sentence)

Anyway let’s get back to other pretentious people stuff. 

I have learned that some people, or the majority in the society, extremely pay attention to what other people do, where they hang out, what they wear, and some even try to copy the lifestyles that make them look “cool”

Even though that’s not who they are.

I got asked from a friend once, supposedly I don’t like lobster, but if there were a new, chic lobster place open in town, and everyone has been raving about it and going there, would I go there too?

I said no, why would I go if I didn’t like it?

She said, there are people who would go just to make it look good on their Instagram. 

Why?

Seriously, why? 

Some people would be willing to give up who they are, in order to look cool. 

Read that again. Does anyone feel like it’s a big deal as much as I do?

Hello, Welcome to fake society? 

But that’s Bangkok in a nutshell for you, everyone. 

Personally, I admire people who stay true to who they are, even though they are different. 

I have recently spoken to one of my colleagues; a real sweet girl. She likes to read, cook at home, make her own lunch boxes and bring it to the office every day. When I asked what kind of restaurant she likes to go, she said she doesn’t really go out to eat much. She can eat at normal food courts in Big C or Lotus and that would be fine. 

She said, she enjoys simple and basic life. 

That is just so cool. 

The fact that she simply shares that to me and doesn’t fake who she is makes me feel she’s SO much cooler and also braver than those who go out to eat at stuff they don’t even like just for the sake of that damn Instagram. 

I can’t imagine how exhausting it would be trying to fake it and imitate other people’s lifestyles, when you don’t even want it. 

But then again, our modern society is also shaped this way. I can’t count the numbers of times some clients quickly check or even stare at the bag I carry, as if they are ready to estimate my value and net worth, based on that damn bag. 

Materialistic world. No wonder people are trying so hard persuing materialistic things or luxurious lifestyles to make them feel confident and accepted.

I think it can happen when you are insecure of who you are. Therefore, you need this material “stuff” to make you feel better about yourself which you can show off to other people too. 

It’s just sad, you know? Very sad. 

It’s really important to stay who you are, when  society, social media, and peer pressure try to influence and persuade you to be something otherwise. 

I must always remember this. You gotta stay strong. 

Western guys VS. Thai girls (And my view)

Classic, cliché topic isn’t it? 

But today I want to talk (write) about it from my point of view. 

We were at Bellino in Thonglor 13 on Saturday evening. The restaurant/bar was very nice, comfy and cozy. It feels like a hidden spot in the middle of hectic Thonglor. 

Most of the customers we saw that day were mostly Westerners. Many Western guys came with their Thai girls, sitting at their tables next to the bar inside, or at the couch outside. 

I was also with 2 Western guys; my boyfriend and his friend. I walked in, glanced around at all the Farang-Thai couples, and their appearances, atmosphere and everything else hit me like, why oh why, this kind of scene really fits the streotype of Farang guys and Thai girls in Bangkok, or perhaps Thailand in general.

It also seems to be the stereotype from quite a few of my friends; be it in Tokyo, Shanghai, or Bangkok, these white men seem to think it’s so easy, too easy to get Asian girls. I’ve heard it again and again. 

And I can’t resist rolling my eyes. 

I wish I could tell them that, first, these girls who are hunting Farang or desperately want Farang boyfriends are most certainly can’t be used to represent the image of Thai girls in general. 

Isn’t it natural that Farang men would be exposed to the kind of girl that wanna catch them, because they seek for financial security or whatever reason these girls are after? (I’m not judging, if it works out for them, it’s good for both parties) Naturally, these girls would choose to hang out at places they can catch their targets attention.

But that doesn’t mean all Thai girls are that easy to get. 

There are plenty others who are definitely not into Farang, because of language and cultural barrier, or many other different things that could put them off. And they would naturally not be in places these Farang go. 

Even in my circle of friends, which many have studied abroad, are exposed to different cultures, speak 2-3 languages, it still doesn’t mean all of them have positive attitude toward Farang. In fact, quite a few have hostile feelings toward them. 

Then, the conversation shifted to the expat side. I’ve never given much thought about it, but they were talking about how difficult it is for expats in Thailand to find a “good, decent Thai girl.” (Quoted our conversation here. Be noted that the word “good” is subjective) 

Here are the reasons;

1) “Good” Thai girls are taken.

2) “Good” Thai girls don’t go where Farang go. They always hang out in their own group, very secluded in their own circles. Farang can’t get into those circles. 

Some other reasons is, even though there could be many “good, decent Thai girls,” if they have never been exposed to international setting, most of the time there is a huge cultural and communication gap. It is too challenging trying to make the relationship work. The lifestyles between Thais and expats can be hugely different, so it’s difficult to find connection with Thais. 

That makes sense, I guess. 

 I actually dislike it when people say I’m into Farang men. It always reminds me of the “Farang men and Thai girls” stigma that has been around ever since I could remember.  

Honestly and sincerely, I most certainly am not crazy about blonde hair, blue eyes, high nose, long eyelashes (yep…) or whatever the outer appearance is. In fact, I don’t mind where they are from, I even joked with friends that “It’s free trade. All nationalities are welcomed,” if they have what I need in a relationship.

It’s the mindset I’m always looking for, be it Thai or Farang or any nationality. 

Speaking from own experiences, what I can find in Farang, but not in Asian men I’ve met so far, is simply the openmindedness. With Westerners, I can always express my thoughts and feelings much better no matter what they are about, and they tend to accept those differences quite well, unlike Asian men who in general (again from my experiences so far) are more narrow-minded, and think there is a certain pattern or way of how a woman should behave, act, or even think.

That really makes me feel too restricted. I have to fit the role of being a “proper girl”

You drink too much? Some Thai guys would start judging you are the bad ones. You sleep with the guy you date within a few weeks? Pfft, definitely a slut. You go to his house too soon? Come on, why are you such an easy girl?

The list is endless. 

There is always something hidden or expected of you to act like a “good girl” 

With Westerners, I feel I am more accepted as a human being. No jokes. 

I can be who I want, and say what I want. And it’s a good feeling to be just me.  

There are many other qualities as well, like how relationship feels more mature; being able to give each other privacy and space, as well as mutual respect, unlike many Thai relationships I heard about which seem to be crazy on controlling and being jealous to each other. 

Sometimes I think perhaps life could be easier if I loved a Thai-Chinese boy and we were oblivious in our own Thai-Chinese bubble with our families and such. That’s another thing for many Thai-Chinese backgrounds, they don’t really view Farang as rich or desirable number one like some girls in this country may do. 

But I can’t change how I am. For this, I really have to pick what makes me happy.

Somehow, even with cultural and language differences, I have felt more connected to Western men I have dated, than many other Thais who speak the same language and share the same culture with me. 

%d bloggers like this: