Review: Surf Fit class, S’wet Society 

ไปลองของใหม่มาอีกแล้ว…สตูดิโอออกกำลังกายเปิดใหม่สดๆร้อนๆได้ประมาณ 1 อาทิตย์! S’wet Society (ใหม่ขนาดจะเช็คอินใน Swarm แล้วยังไม่มีสถานที่ให้เช็ค คิดดู) เนื่องจากเราโดน Instagram ad เข้าไปจังๆ เพราะไป follow เพจเกี่ยวกับออกกำลังกายไว้เยอะแหละ เห็น ad free trial class แบบนี้ก็ยิ้มเลย ไม่พลาดนะคะ รีบไปลองทันที เพราะใจจริงอยากลองคลาส Surf แบบนี้มาเป็นปีละมั้ง ตั้งแต่สมัยที่ Surf set เข้ามาใหม่ๆเลย 


สถานที่
S’wet Society ตึกเอราวัณ (ตรงพระพรหม) ชั้น 4 เปิดติดกับ Physique 57 เลยจ้ะ 

ลักษณะคลาส


มีแบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ อันแรกคือกรรเชียงบก! Tone & Row ไม่เคยเล่น อันนี้ก็น่าลองดีนะ ดึงๆยืดเข้ายืดออก 

อันที่ 2 คือ Surffit ซึ่งเป็นการออกกำลังกายบน Surfset board จะเป็นกระดานโต้คลื่นที่ฐานล่างเป็นลูกบอลยาง 3 ลูก เอาไว้ฝึกการทรงตัว เวลาทำท่าทำทางอะไรก็จะยากกว่าทำบนพื้นอีกสเต็ปนึง เพราะแกนกลางลำตัวต้องแข็งแรงขึ้น 

Surffit ที่นี่ก็มีแบ่งเป็นอีก 3 คลาสนะ Sexy Abs, Hot Bums ชื่อก็น่าจูงใจให้เข้ามาก ปั้นท้องปั้นก้นกันวนไปค่ะ55 แต่สุดท้ายเลือก Surf cardio เพราะถือเป็นโอกาสบังคับตัวเองให้คาร์ดิโอเยอะขึ้น อยากเหงื่อออกด้วยแหละ งานนี้เลยชวนคุณเพื่อนมาลองอะไรสนุกๆด้วยกันอีกนะคะ (เพื่อนอาจจะไม่สนุก ซัฟเฟอร์แทนหรือเปล่าไม่รู้55) 

คลาส Surf cardio ที่เราลอง เริ่มต้นมี warm up แล้วก็จะเป็นท่าๆ ทำท่านึง 1 นาที 1เซตมีประมาณ 4-5ท่า แรกๆเป็นคาร์ดิโอ วิ่งๆข้างบอร์ด วิ่งกระโดดขึ้นลง เริ่มทำความคุ้นเคยกับบอร์ดก่อน กลางๆจะเป็นฝึกแกนกลางลำตัว เช่น Plank หลายๆท่า, Burpee, Squat บนบอร์ด แอบเหนื่อยและเกร็งใช้ได้เลย ปิดท้ายจะเป็น stretch เอาท่าโยคะมายืดๆ แต่ทำบนบอร์ดก็จะ challenge เรื่องการทรงตัวมากกว่า รวม 1 ชม. พอดี ทุกอย่างทำประกอบเพลง 

อันที่ 3 เป็นคลาสแนวช้าๆเนิบๆ มีคลาสโยคะบนบอร์ด ส่วนตัวไม่สนใจเพราะไม่ชอบโยคะ ไม่อยากเล่นอะไรช้าๆ แต่ถ้ามาสายโยคะ เล่นบนบอร์ดน่าจะฝึก balance ได้ดีขึ้นนะ ส่วน foundation training คงช้าๆเหมือนกัน เขาว่าแก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรมได้ น่าสนใจตรงนี้ (เพราะเราเป็น แต่ทุกวันนี้น้องเทรนเนอร์ก็คิดท่าหลายอย่างช่วยให้เบาลงมาก สะบักไม่ติดเป็นก้อนแข็งๆละ ดีใจสุดๆ)

ความรู้สึก

  • Surf cardio เราว่าดีนะ เพราะเหนื่อยด้วย มีคาร์ดิโอ แล้วก็ได้ฝึกความแข็งแรงของแกนกลางลำตัวด้วย แถมมี balance เข้ามาผสม ได้ครบเลยในคลาสเดียว 
  • Surfboard เหมือนเป็นแค่ prop เอามาเล่นๆสนุกๆ เป็น gimmick ใหม่ แต่ถ้าจะเล่น surf จริงจังเราคิดว่าคลาสนี้ไม่ได้ช่วยอะไร จะบอกว่าฝึก balance ก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น อาจจะช่วยบ้างเพราะยากกว่าเล่นบนพื้น แต่เอาจริงๆเล่นบน Bosu ลูกบอลยักษ์ๆที่ขึ้นไปยืนแล้วเด้งๆ ยากกว่าหลายเท่าเลย 
  • น่าจะ challenge ตรง plank เยอะๆแบบหลาย variation เนี่ยแหละ มี plank ธรรมดา, ทำ mountain climber คือ plank แล้วชักขาเข้าและออกต่อเนื่อง, side plank, plank+squat ทำ plank ท่านึงก็ 1 นาที สำหรับเราก็นานนะ ถ้าไม่อู้เลย ทำตลอดก็เกร็งลืมค่ะ 
  • ท่าเหมือน functional training นะ เวลาเล่น bodyweight (คือใช้ตัวเองเล่น ไม่มีอุปกรณ์) เทรนเนอร์ก็ให้ทำท่าพวกนี้แหละ 
  • เพลงเปิดเสียงดังไปหน่อย แอบหนวกหูนิดนึง เหมือนครูต้องตะโกนแข่งแล้วบางทีก็ไม่ค่อยได้ยินว่าจะให้ทำอะไร 

อุปกรณ์

Surfset เท้าเปล่าค่ะ เอาแค่ชุดมาอย่างเดียว มีผ้าเช็ดตัวผืนเล็กผืนใหญ่ให้หมด น้ำดื่มขวดละ 10 บาท 

ห้องอาบน้ำ & locker 

เล็กมากกกกก ไม่มีห้องเปลี่ยนเสื้อด้วย ต้องเปลี่ยนในห้องอาบน้ำ งงๆ ห้องอาบน้ำมีแค่ 3 ห้อง แถมเป็นแบบ shower curtain คงเพราะเป็นสตูดิโอเล็กๆและคนต่อคลาสนึงไม่น่าจะเยอะมากแหละ แต่อุปกรณ์ก็ครบนะ มีสบู่ แชมพูให้ แล้วก็มีไดร์เป่าผม หนังยางรัดผม ให้หมด ที่หนีบผมยังมีให้เลย 

ราคา

มี grand opening promotion เอามาจาก Facebook ตามนี้ 


สรุป

รู้สึกการออกกำลังกายแนวนี้จะเหมาะกะผู้ยิ้งผู้หญิงนะว่าไหม แบบ city girl สุดๆ เข้าคลาส หาอะไรใหม่ๆทำ ซึ่งก็ตอบโจทย์เรานะผู้ติดการออกกำลังกายในฟิตเนสห้องแอร์ ไม่ใช่ทีม outdoor ค่ะขอยืดอกยอมรับ พูดตรงๆยังติดขอเหนื่อยแบบสบายหน่อย เราก็ลองเล่นมาหลายอย่างกว่าจะรู้ว่าชอบแบบไหน และอะไรที่ถูกจริตกับเรานะ 

สิ่งที่สำคัญในการออกกำลังกายคือ ต้องหาสิ่งที่เราชอบให้ได้ก่อน แล้วจะเริ่มรู้สึกอยากทำ แรกๆก็จะยาก เหนื่อย ไม่ชอบ แต่พอเราเริ่มทำได้ก็จะมีกำลังใจ อยากทำไปอีกเรื่อยๆ เพราะเราทำได้ดีขึ้น อึดขึ้น แข็งแรงขึ้น จะเลือกออกกำลังกายแบบไหนก็ดีหมดแหละสำหรับคนที่คิดจะเริ่มต้น ทำแค่วันละ 20-30 นาทีก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยนะคะ เน้นความสม่ำเสมอดีกว่า ถ้าหาเพื่อนมาออกด้วยได้จะเพอร์เฟคมากเลย สนุกกว่าจริงๆ แต่เพื่อนต้องเอาจริงด้วยนะ ไม่งั้นจะพากันขี้เกียจ พึ่งตัวเองอาจจะดีที่สุด55

ทุกวันนี้ที่ชอบออก ลองหาอะไรนู่นนี่ทำตลอด เพราะรู้สึกออกกำลังกายแล้วมีความสุขค่ะ รู้สึกชีวิตดีกว่าตอนไม่ออกมาก ง่ายๆ…แค่นั้นเลย 

“It’s just your imagination”

That fierce look on her face

I don’t watch sports. In fact I never cared anything about exercise (hated it, to be exact) in general until this year. Sports had been, and probably still is, an unknown mysterious world to me. 

Yesterday though, for the first time, I saw some short clips from @tapitta and some people at @p60bootcamp I follow on Instagram about the Crossfit competition. Crossfit competition!? I didn’t know such thing existed. 

I also didn’t know those 1 min clips could trigger this much emotion. Pitta’s face when she was lifting barbell overhead said it all. Her pain and struggle shown on her facial expression was so…vivid, so…graphic. It was as if she was dying but pushing herself to finish it, while people were cheering her “ONLY ONE MORE. COME ON. YOU CAN DO IT.” 

I wouldn’t get so emotional about it had I never exercised myself (Yes, I just admitted watching a Crossfit competition got me emotional. Oops). But I get it, I get those feelings so well. My regular workout is nowhere near as intense as Crossfit, but it’s that feeling I get every so often when I’m about to finish a set, muscles shaking, my PT counting “13, 14, 1 more, a bit more, only 1 more,” in my head I often start fighting with myself “I can do this. Gosh, these dumbbells are heavy, I want to drop these now. No, hang in there, I GOT THIS. Oh gosh my thighs are burning. Wait. Just a bit more. ARE WE DONE YET!?!? Just 2 more times. Get it DONE!!!”

And you know what the funny thing is? The more you push yourself on the edge, when you feel like you can do it but not 100% sure, the better that workout session feels. It’s that tiny edge that you need to keep pushing, in order to be a stronger you. 

Only in your imagination

There’s one quote my friend shared with me when he was running a full marathon for the first time. After 21 km, he started to lose it, then a Japanese runner ran past him with a sign behind his shirt,

  “It’s just your imagination” 

He said he felt like he got smacked in the face and that sign indeed woke him up, and he kept running until he completed 42 km. 

I borrowed that quote from him now. Quite often I start telling myself “It’s just my imagination” when I want to give up too. 

The joy of self-battle 

There’s nothing more beautiful than winning your yesterday self. Nothing feels more rewarding than beating yesterday you. The possibility is endless, you can keep going, pushing yourself to be even better. I particularly love this one hashtag on Instagram #tryingtosucklessthanyesterday That’s pretty much it. 

Your body can do those amazing things you want them to, when you put your mind and effort to it. 

More and more I started to understand what made me like exercise now. The feeling of pride when I can do something I couldn’t only a couple months ago can be addictive. I’m making progress! I’m getting better at this! I can’t believe I can lift that 16 kg. kettlebell now when 8 months ago a 4 kg. kettlebell felt too heavy for me!!!!! This kind of one-on-one workout session fits me too, when I’m prone to internalize so much and constantly seek for self-improvement. 

Exercise can give me that “high” feeling nothing ever could before. The results are also clear; how I get stronger compared with the pre-exercise period me, and how my chronic shoulder ache has gone away after I had been suffering for 3-4 years. You have no idea how happy I AM when my shoulder blades are no longer stiff and I don’t have to go for a massage weekly like I used to. I’m no longer in pain! Weight and functional training did cure it, little by little. Amazingly and wonderfully. 

My goal has never been about having a perfect body. What IS a perfect body, anyway!? By societal standard and pressure or what? And why should you care!? I’m only trying to be the best version of me, and no one else’s. It’s more about fueling yourself with daily motivation and self-discipline; fighting with yourself when you want to give up and achieving something you couldn’t before. 

I’m enjoying the journey now. I exercise because it makes me happy, and most importantly, fulfilled, both physically and mentally.

All of this may sound like some gym cheesy taglines, spoken and written repeatedly with meaningless marketing purposes. Somehow, the meanings behind those words speak to me now. It’s a new, beautiful world to indulge myself in. On my way to become a better me, indeed 🙂 

Mini Review: RPM – Indoor Cycling Class

เป็นเมมเบอร์ฟิตเนสมากว่าครึ่งปี แต่ก็ไม่เคยสนใจจะมาลองคลาสปั่นจักรยานซะที แรกๆไม่กล้าเพราะรู้สึกร่างกายอ่อนแอเกิน ไม่ไหวแน่ๆ ส่วนช่วงหลังๆไม่เข้าคลาสอะไรเลย มาเทรนกับเทรนเนอร์อย่างเดียว เพราะเบื่อคลาสมาก แต่ก่อนที่เคยสนุกกับ Bodycombat ก็รู้สึกเบื่อกับท่าเดิมๆและไม่ค่อยเหนื่อยเหมือนก่อน เขาว่ากันว่าคลาสปั่นจักรยาน RPM เหนื่อยจริง ไหนๆก็ไหนๆแล้วเลยเข็นตัวเองมาลองซะหน่อย 

RPM เป็นการปั่นจักรยานกับเพลง โดยจะมีการปรับเกียร์หนักเบาไปเรื่อยๆ ยืนปั่นสลับกับนั่ง ค่อนข้างจะ simple ปั่นๆ ปรับเกียร์หนักบ้างเบาบ้าง จบ ไม่เหมือนกับ Absolute rhythm cycling ที่เราไปลองมา อันนั้นจะมีท่าทางเล่นแขนเพิ่มด้วย มีให้ยกดัมเบลนิดหน่อย และยืนปั่นนานกว่ามาก แต่สำหรับเรา rhythm cycling ไม่เหนื่อย เหงื่อแทบไม่ออก จะแนวเมื่อยๆมากกว่า เพราะรู้สึกเกียร์ที่ปั่นไม่ค่อยหนักเท่าไร 

ความรู้สึกหลังจากลอง RPM

  • เหนื่อยอะ เหนื่อยกว่า Rhythm cycling มากๆ เราหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุกหลังคลาสจบเลย ออกมาเทรนเนอร์เห็นหน้าละตกใจอะ ปกติเป็นคนหน้าแดงยากและเหงื่อออกน้อยด้วย 
  • ไม่แนะนำสำหรับคนไม่เคยออกกำลังกาย Too intense! ไปเข้าคลาสเต้นสวยๆหรือโยคะก่อนน่าจะดีกว่า 
  • ยากตรงเกียร์หนักนี่แหละ (แหงสิ) ปั่นไม่ขึ้น ลองกดเล่นดูเหมือนเกียร์จะมี Level 1-19 (มั้ง) เข้าคลาสครั้งแรก พอยืนปั่นปรับเกียร์ max สุดที่ 12 เราก็ปั่นไม่ไหวแล้ว ปั่นได้แค่แป๊บเดียวที่ level นี้ และช้ามากๆด้วย ต้องลดลงมาหน่อย ไม่รู้ว่าพวกขาโหดปรับกันที่ level ไหน แอบสงสัย
  • Pace ตัวเองปั่นช้าเกิ๊น ไม่ขึ้นเลยจ้ะ ถ้ายึด speed ว่าควรอยู่ที่ 80 rpms ปั่นเกียร์หนักอยู่ที่ 60 rpms รู้สึกที่ปั่นไปเวลาเกียร์หนักยังไงก็ไม่ถึงแน่ๆ ลองอ่านดู รู้สึกว่าการรักษาระดับให้อยู่ที่ 60-80 rpms (สำหรับ beginner) จะสำคัญกว่าการปรับเกียร์หนัก เพราะยืนปั่นแบบปรับเกียร์หนักแล้ว bounce มากไปไม่ดีกับเข่า เอาท่าให้ถูกก่อนดีกว่า 
  • Burn calories น้อยมากเลย 45 นาทีประมาณ 250 แคล เพราะอะไรนะ ตอนแรกก็คิด…เราปั่นเบามากเลยเหรอ!? จริงๆก็ไม่ซีเรียสเพราะไม่ได้จะลดน้ำหนัก แค่งงว่าเบิร์นออกน้อยมากค่ะ อะไรคือการโฆษณาว่าเบิร์นได้ 600 แคลต่อชม.? นั่นสำหรับคนน้ำหนักตัวเท่าไรกันแน่…แต่พอไปเจอเว็บนี้ ลองใส่น้ำหนักตัวเองกับเวลาที่ปั่นเข้าไป ก็ออกมาได้ 258 แคลเนี่ยแหละ เป๊ะเลย 
  • รู้สึกดีมากๆ รักคาร์ดิโอก็ตรงนี้! เหงื่อออก เหนื่อยสะใจจริงๆ ตัวเบาสบาย หน้าแดงแป๊ด ชอบเลย เราห่างหายคาร์ดิโอมาพักใหญ่ด้วย เพราะเทรนเนอร์เน้นให้เล่นท่ากับเล่นเครื่องกระชับกล้ามเนื้อลูกเดียว แถมเดือนนี้เน้นเล่นท้องอีก เพราะตอนนี้เหมือนเป็นจุดเดียวที่เขาอยากโฟกัสให้เราผู้มีพุงนิ่มๆเผละๆ แต่เราไม่ชอบเล่นท้องไง ฮือ 😦 ทรมานจะตาย ไม่สนุก แถมขึ้นยากสุด (นี่ก็ไม่ได้ควบคุมอาหารด้วย) พอได้มาคาร์ดิโอก็รู้ตัวเลยว่าต้องขอมาเล่นแบบนี้บ้าง ชอบมากกว่า สดชื่นแบบรู้สึกได้ออกกำลังกายจริงๆ 

สรุป…จะหาเวลาไปเข้าต่อค่ะ intense ดี ชอบ ตอบโจทย์ตอนนี้ที่หลังๆไปเต้นหรือคลาสอะไรก็ไม่เหนื่อยแล้ว ลองปั่นจักรยานน่าจะดี 

Review: Rhythm Cycling, Absolute You 

ช่วงนี้ positive energy มาเต็ม 🙂 อยากทำอะไรใหม่ๆ อยากเจอคนใหม่ๆ รู้สึก…โล่ง ไม่ติดกับอะไรหรือใคร อาจจะลืมไปก็ได้ว่าการเป็นโสดจะรู้สึกมีอิสระได้เต็มที่ขนาดนี้ (“จริงๆตอนนี้ก็ดีนะ” ไม่ใช่ “ตอนนั้นก็ดีนะ” 55) อยากทำอะไรก็ได้ทำ และก็ค้นพบว่ามีอะไรน่าสนใจให้เราทำอีกเยอะมากๆในชีวิต เราจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ารู้สึกมีพลังแง่บวกกับชีวิตแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไร! 

พล่ามมาเยอะไป55 แค่อยากจะมารีวิวคลาสปั่นจักรยานแบบใหม่ที่เรียกว่า Rhythm cycling ที่เราเพิ่งมีโอกาสได้ไปลองที่ Absolute You…คือ Absolute Yoga & Pilates เดิมนั่นแหละ แต่ rebrand ใหม่ 

ตอนแรกเราเห็น Rhythm cycling จาก IG ของโมเมที่ตามอยู่มั้ง แต่ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าน่าจะเป็น spinning class ธรรมดาเหมือนฟิตเนสทั่วไป แค่มี gimmick ปั่นในที่มืดๆแสงไฟสีๆเฉยๆ แต่พอมาอ่านเจออีกทีในคลีโอ ปรากฏว่า…เขาบอกว่าไม่ใช่แค่ปั่นธรรมดาๆนะ แต่อันนี้คือการ dance on a bike! เต้นประกอบจังหวะเพลงมันๆแดนซ์ๆ พอเราได้ยินคำว่าเต้น+เพลงปุ๊บ แน่นอนว่าเข้าทางมาก อยากไปลองทันที แล้วก็บังเอิ๊ญ บังเอิญ ได้ free trial class มาลองสมใจ พร้อมลากคุณเพื่อนไปด้วยค่ะ 🙂 


สถานที่ 

Absolute Cycle ตอนนี้มี 2 ที่ให้ลอง คือ The Commons ทองหล่อซ.17 และตึกอัมรินทร์พลาซ่า ชั้น11 ซึ่งเป็น flagship store ด้วย เพิ่ง renovate ใหม่ สวยเชียว เราไปลองมาที่อัมรินทร์นี่แหละ 

อุปกรณ์

เตรียมชุดออกกำลังกายมาอย่างเดียว Absolute มีห้องอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อวางไว้ที่จักรยานเตรียมให้ มีรองเท้าสำหรับปั่นจักรยานโดยเฉพาะให้ด้วย พื้นรองเท้าตามรูป หน้าตาประหลาดมาก พอใส่เดินแล้วจะเหมือนอยากหงายหลัง ใส่รองเท้ากลับด้าน ตัวนี้เรามารู้ทีหลังตอนเข้าไปปั่นว่า รองเท้าจะมีปุ่มลงล็อคกับที่ปั่นจักรยานได้พอดีเลย


ลักษณะคลาส

Foundation 

สำหรับคนเข้าคลาสครั้งแรก จะมีสอนปรับจักรยานก่อน ประมาณ 15 นาที ครูจะสอนแนะนำอุปกรณ์ทั้งหมด สอนวิธีใส่รองเท้าเข้าที่ปั่นด้วย (ยากสุดละ) วิธีปรับ resistance และเตรียมให้เราหยิบ dumbbell 2 อันมาวางบนที่วางจักรยาน สอนวิธีการวาง position มือบนบาร์จักรยานว่ามีทั้งหมด 4 positions

Absolute Beats Class

พอปรับจักรยานเป็นแล้วก็เริ่มปั่นกันได้เลย! ปิดไฟกันมืดๆปั่นพร้อมเพลงนี่ล่ะ ถ้าใครใส่เสื้อสีสดๆมาคือนีออนเรืองแสงแบบชัดเจนมากค่ะ

คลาสนี้เขาจะไม่ให้เรานั่งปั่นกันค่ะ 80% ของคลาสคือให้ยืนปั่น โดยวิธีการคือ ยืนขึ้น ยื่นก้นออกไปด้านหลังให้มากที่สุด แล้วโน้มตัวไปข้างหน้าปั่น position เดียวกับการ squat เลย แต่ทำบนจักรยานและปั่นไปด้วย ถ้าคนไม่เคยทำมาก่อน รับประกันความเมื่อยแน่นอน! 

แต่ละเพลงที่ปั่นจะคุ้นหูกันทั้งนั้น Sorry – Justin Bieber, This is what you came for – Calvin Harris etc มีการออกท่าออกทาง combo หลายอย่างดีมาก เช่น push up กับบาร์จักรยาน ก้มปั่นแล้วยกแขนซ้ายทีขวาที ก้มปั่นพร้อมเอามือแตะอกสลับกันไปมา ปั่นพร้อมเอียงตัวไปซ้ายและขวา มีช่วงเบรคคือ dumbbell นี่แหละ! ยกขึ้นๆลงๆหลายท่า พร้อมขาที่ปั่นอยู่ มีช่วงให้ปั่นสปีดเร็วๆ พร้อมจังหวะเพลง ยากตรงปั่นให้ทันจังหวะนี่แหละ ครั้งแรก เรามั่วซะมาก ปั่นจังหวะตามใจฉันอยู่ค่ะ55


ชอบ energy ครูสอนที่เขาพยายาม build ดี พูดย้ำตลอดว่า “ถ้าเราคิดว่าทำได้ เราก็ต้องทำได้” “รู้ว่าเมื่อย แต่มันต้องเมื่อยค่ะ ถูกแล้ว!” จะมีช่วงขอเสียงกรี๊ดดังๆ ซึ่งปลดปล่อยดีมากเลย 

ราคา

ถ่ายรูปเก็บมาไว้พอดี เหมือนจะมีโปรโมชั่นเปิดใหม่เดือนนี้ แต่ราคาโหดร้ายใช้ได้ตามมาตรฐาน Absolute แพงกว่าโยคะอีก ถึงแม้ว่าราคานี้จะเหมาเล่นได้ทั้งโยคะ พีลาทีส และ cycling หมดเลยก็เถอะ


ความรู้สึก

  • แปลกดีนะ ใหม่ดี เต้นบนจักรยานจริงๆอะ
  • เขาบอกว่าเป็นคาร์ดิโอ และหลายคนเหงื่อแตกพลั่กมากหลัง 45 นาที แต่สำหรับเรา…ไม่เหนื่อยขนาดนั้นแฮะ ช่วงหลังๆเป็นแบบนี้ตลอดคือออกกำลังกายแบบคลาสจะไม่เหนื่อยเหมือนตอนเทรนกับเทรนเนอร์ตัวเองที่เหงื่อออกและหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกเลย แต่พอมาออกในคลาสจะมีเหงื่อแค่ซึมๆ ไม่ฟินเท่าที่ควรค่ะ หลังๆติดอยากให้เหงื่อออก เพราะรู้สึกดีกว่ามากๆๆ
  • วันรุ่งขึ้นจะรู้สึกเมื่อยต้นขาและก้นตามปกติ แต่ถ้าไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนอาจจะมีปัญหากับการเดินลงบันได ร้องโอดโอยได้นะคะ
  • สถานที่ที่อัมรินทร์ดีมาก ทุกอย่างใหม่เอี่ยม คงเพราะเพิ่งเปิดมาได้เดือนเดียว
  • ครูสอนน่ารัก พลังงานเต็ม positive energy FTW!
  • ติงอย่างเดียว ราคานี่แหละ!

On accepting who you are & changing to who you’ve wanted to become

I’ve been in a weird mood and slightly down. It’s ok. Ups and downs are a part of life, you know? I’m embracing, accepting, and not running away from the fact that I’m down. And I know better now that it soon shall pass. However, instead of wailing and whining why I feel down (And I fully know the reason behind it as well), I’ve decided to write something entirely different and focus on positive things instead. Here we go. 

On accepting who you are

I’ve always wanted to write about this, ever since I saw a Readery box said “Reading is sexy.” 

I was quite amused by it. Speaking from my own experience as a bookworm who loves reading ever since I was very little, reading has never been considered “sexy” 

Growing up, it’s anything but. 

Because somehow reading feels boring for other people, especially when you are young and adults expect you to be fun, lively and active, just like how kids should behave. More often than not, I’ve heard comments from adults or even friends my age in primary school, talking about me in a tone that implied I just like to read, be shy, and be quiet in my own little world. 

And those traits aren’t necessarily desirable as a kid. “Oh, she just likes to be on her own reading. Read: She’s not fun.”

Nevertheless, I kept on reading, even though it was viewed “uncool” At the same time, I smiled a little reluctantly and shyly when I got asked what I liked to do in my free time as a primary school kid. When adults heard that the answer is reading, no one seemed to think it’s a cool or interesting thing to do. So I quickly added other activities, “playing Piano” or something along those lines to distract them and trick them to think I’m not that boring.

The thing is, I’ve never felt reading is cool, and I even tried to leave out details on the kind of books I read or mentioned anything related to books and reading. 

Until VERY recently, only these past few years, some things have changed. I’ve slowly come to embrace who I am and what I like to do. Since reading is what I like, I’m going to talk about it and not afraid to share it! Perhaps it’s because we are adults now, and to like reading as an adult seems more “socially acceptable” somehow. I signed up on Goodreads. I’m no longer afraid to let people have a peek on my bookshelves (Would have never imagined I would do that). I’m even telling people, hey, be friend with me on Goodreads if you have the account, I wanna see YOUR bookshelves too. 

And I talk about reading way more often now. I’m sharing more and more what I read to other people, if they show interests (You know what, the other day I read this article about…). I’m even more interested if they also share what they are reading, too! One of my favorite questions, usually asked by people who are close to me, is “So what are you reading at the moment?” 

You know, it feels great. Accepting who you are, be it cool or uncool, feels great. Reading is a huge part of my life, and I’m letting it be without feeling like I want to hide it away anymore. 

On changing to who you’ve wanted to become

I know I’ve written a lot about exercise recently. At the moment, I’m pretty into it and quite passionate about it, mostly because this is such a HUGE transformational change for someone like me. It really is a big deal. Let me tell you why.

Ever since I was little, I was very inactive, I hated P.E. class with burning passion and would skip it whenever I could, I disliked all kinds of sports because I seriously sucked at everything, I hated having to move myself, what I liked to do was sit around and (guess what!) read or use the internet. Or just STAY STILL (literally). My father kept telling me to exercise for the millionth time, in which I never listened. 

And once in a while I had this dream that it would be nice to love exercise and be active and energetic. It’s such an opposite of who I am, but it’s a nice thing to be, especially it’s good for your health and your body. Five years ago, I remembered I said this exact sentence out loud to my Japanese friend in Nagoya, she laughed and said “Well, just be one!” 

But I never could. I hated it so much that the thoughts of it could kill me. Exercise, ew. Sweating, ew. 

But there had been a gradual change. Initially, it was a broken heart and the desire to be a better, prettier, healthier me a couple years ago that first dragged me to the gym. I started for a couple months, found it boring and still wasn’t into exercise that much, then stopped it altogether for a whole year in England. 

Back from England, this time I started again in 2015. Still not into yoga very much, I was just trying to force it to a routine and sticking it out for a year. 

This year, though, 2016 is the very first time in life that I can say I enjoy exercise. I love it! I feel guilty if I skip it for too long. In fact, I don’t like how heavy my body feels without exercise. And I love to sweat it out. The feeling after exercise is…everything. I love that energy, I love to feel refreshed and recharged by a dance class or a functional training after a long day at work. 

A part of it is because I’ve learned what I like for exercise now. I still don’t like sports, but I’ve found out there are so many other ways to exercise without having to play sports! And it works for me! I wish I could have found out about all these alternative choices out there earlier. 

(After hip-hop class. Happy sweating!)

It’s a huge change that I want to tell everyone “I CAN DO IT. YOU HAVE NO IDEA HOW MUCH IT MEANS TO ME,” but nobody would understand. It’s just exercise!? It’s not a big deal, is it!? Anyone can do it, right!? This transformational change, though, has boosted my confidence and made me so, SO proud of myself. This, to me, is a real success, and I’m even more proud than other achievements (like getting first class honors.) 

After almost 30 years, I could change myself to something completely opposite of me, to who I’ve always wanted to become. If that’s not amazing, I don’t know what is.

What I learned from building this exercise routine is also my strength: Discipline. It makes me realize anything is possible when I set my heart to it. Because I’ve got this discipline to stick to it! This certainly can apply to other parts of life as well. I’ve gotta believe in myself more. 

What inspired me to write this was an Instagram account of VJ Loukkade. I personally never thought she’s particularly beautiful or attractive, but I got to see some of her exercise routine video clips, and suddenly she became much, much more beautiful. She loves what she’s doing and it’s shown on her face. She smiles and laughs this bright, cheerful smile; so very natural and real with no detect of fakeness. I don’t know much about her, but I love her energy and this happiness clearly radiated from her face. 

I love that. A lot. 

I’ve always loved seeing people being passionate about what they do and they lit up like a Christmas tree when they talk about it or do that thing, be it anything. To me, it’s one of the most amazing things to see or hear. I do admire that kind of people. 

Phew, long post. At least it’s good to channel my angst and write about something positive instead! 

Review: Rumpuree Dance Studio, Hip Hop & Zumba classes 

Half of 2016 has gone and it seems like this is the year of challenging myself physically, exercise-wise so far! From the beginning of the year, I tried barre class at Physique 57 and bootcamp, and jumped on trampoline for Bounce Fit class. On regular basis, since March this year, I go see a personal trainer 2-3 times a week for a 60 minute training session. 

I’m not quite sure what inspired such a HUGE change for myself after twentysomething years of absolutely loathing exercise to the core of my being. Miraculous 2016! Finally, I could find some exercise that makes me enjoy. At this point, I absolutely love the feeling of post-exercise; so refreshing and relaxing at the end of a long day. Plus these days it does feel amazing to stay active. I’m really loving this new change and new me! 

Anyway, I’ve been telling some friends for a couple months now that next thing I wanna try is…dance classes! So here we go, last week finally I signed up at Rumpuree, with another friend as well. Both of us have never tried dance classes before; feeling quite nervous and challenged at the same time! 

Ready…Off we go!

Where is it?
Rumpuree Dance Studio at Jasmine City, Asoke, and Amarin Plaza, Chidlom 

How does it work?

-I signed up for 10 hour open dance classes, validity for 3 months, 4,000 THB. This gives me flexibility to join whichever classes we want. 

-Many variety of classes to choose from, anything from pole dance, belly dance, hip hop, zumba, etc. They even have tango, flamenco, or even striptease! 

-You can go to classes both locations; Asoke and Chidlom

What’s good?

-Locations! Both branches are great as it’s easily accessible from BTS. This is actually the main reason I decided to give it a try here. 

-Atmosphere. I don’t have much experience to compare if they are talented instructors or not, but I love how the instructors try to make it fun and enjoyable. 

-Class pace. As I’m a real beginner, the class pace really suits me; not too fast nor too slow. I once took street dance class at WE fitness and body jam class at Fitness First, and I have to say here is much better and more proper in teaching style. At the gym, the instructors go way too fast by trying to cram too many things and it’s always crowded, but here they repeat the movements a few times; without music slow pace, without music fast pace, and with music fast pace, to make sure you really get the right movements. I prefer this style much more. 

What’s bad?

-No shower rooms! Seriously, it’s quite bad. I kind of have to rely on baby wet wipes 😦 

What are the classes like?

So far I’ve tried only 3; Zumba, Girl hip hop, and hip hop. 

Zumba

So. Much. Fun. Seriously, anyone can Zumba! It’s pretty much free style dancing. I knew I would like it since I heard the song “Can’t stop the feeling” by JT during warm-up! It’s hard NOT to enjoy dancing with some fun, chillax Spanish songs. It almost feels like you are dancing on the beach. Our instructor is also very nice and she does look like she enjoys and has fun dancing herself. I can feel her positive energy! I absolutely love those silly hip movements (supposed to be sexy, but it just looks silly on me! Haha) I found the trick that I can be happy dancing as long as good music keeps coming. And that’s what happens in Zumba class. All the songs have positive vibes and you just feel like rainbows and sunshine and unicorns for the whole 60 minutes, with silly grin on your face 🙂

I need that some time, you know? Being silly and relaxed and carefree. It’s a great way to end a long day at work 🙂 

Girl hip hop & Hip hop

Certainly different feeling. With girl hip hop, as the name suggested, it’s a bit more feminine, while hip hop movements are more stiff, stronger, and slightly tougher. 

This is my very first time trying hip hop classes, and I do enjoy it very much. The instructor in girl hip hop class is Spanish, and she said many times that she just wants all of us to enjoy and it’s ok to make mistakes, as long as you have fun. 

It’s quite interesting having to move your body in a stiff way for hip hop. No frills or being cutesy here. Every movement is short, sharp, and direct to the point. Apology for the lack of dance vocab and analogy here! 

And I’ve never thought a hip hop class could be this exhausting! Didn’t think I would be sweating that much but yes I did! 

Our post hip hop class face said it all. 

How does it feel?
I think, the two important keywords here are “Enjoy” and “Confidence” 

Enjoy…it’s pretty obvious to just enjoy and have fun learning new things you’ve never done before – also another great way to release stress. I caught myself smiling a lot while Zumba-ing. And that was just great, really. 

Confidence…our instructors in hip hop classes encourage everyone to be in the front, even just for once. In the beginning I was scared to death. There’s NO way I would want to be in the front, with this being my first hip hop experience and all. But after I gave it a try, I could say being in the front feels more fun and challenging! It’s intimidating but liberating at the same time; watching yourself doing all those movements in the mirror staring back at you. For one second, I was even thinking, wait a moment, who is this person? I’m just really not used to it. 

And we were told to dance with more confidence! I can see and feel it now how dancing can help improving your confidence. It’s almost like another role you are performing, something you may not be familiar with, but you wanna make sure you do it with confidence. Even though you can’t remember the moves or mess them up, it’s ok, just keep going. 

I can apply that kind of thinking in some real life situations too, you know? 

This is JUST the beginning. I look forward to challenging myself and getting even better. More classes to come! 🙂

Bounce Fit Review

เมื่อวานไปลองเข้าคลาส Bounce Fit มา 1 ชม.เต็ม กระโดดเด้งไปเด้งมาบนแทรมโพลีน เหนื่อยลิ้นห้อย เหนื่อยหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก (ลูกตำลึงสุกสีแดงเหรอ Google แป๊บ พูดตามๆเค้ามา) เหนื่อยจะขาดใจ! ขอเขียนรีวิวประสบการณ์สักหน่อย 



ลักษณะคลาส

1 ชม.ที่เริ่มจากการวอร์มอัพ และมีเซตท่ากระโดดบนแทรมโพลีนไปเรื่อยๆ 1 เซตจะมีประมาณ 3-4 ท่า ทำท่าซ้ำๆกันน่าจะ 3-4 รอบ นับเป็น 1 เซต จะได้เบรค 2 นาที หรือ 1 นาทีระหว่างเซต แล้วก็เริ่มเซตใหม่ วนไปแบบนี้เรื่อยๆจนคูลดาวน์ ครบ 1 ชม. เขาบอกว่าเป็นการ workout แบบ HIIT คาร์ดิโอ เบิร์นอย่างหนัก เน้นการสูบฉีดของหัวใจ ซึ่งขอคอนเฟิร์มว่าหนักจริงค่ะ! 

ท่าก็จะเน้นกระโดดธรรมดา medium jump, high jump กระโดดสลับ เอาจริงๆแค่กระโดดเฉยๆไม่ต้องทำท่าอะไรยากๆมากมายก็เหนื่อยแล้วนะ แต่ในคลาสจะมีแทรกพวก sit up, plank, squat, push up เข้ามาอีก! มีเซตนึงที่เล่นท้องเกร็งจนปวดไปเลย (ทำไปนึกถึงเทรนเนอร์ตัวเองไป ท่าเดียวกันเลยนี่หว่า!) ไม่ใช่เล่นๆนะคะ



ดีกรีความเหนื่อย มากๆๆๆ! เหนื่อยกว่า Bodycombat ปกติเป็นคนหน้าไม่แดงมากเวลาออกกำลังกาย คราวนี้คือแดงสุดๆ มั่นใจว่าถ้าปกติไม่ได้ออกกำลังกายเลย คลาสนี้จะทำเราตายคาที่แน่นอน กระโดดเป็นบ้า กระโดดไม่หยุดจริงจังมาก! แต่สนุกนะ เด้งไปเด้งมา

ข้อเสีย ไม่มีเพลงประกอบ!? ช็อคมาก ตอนแรกเข้าใจว่ากระโดดกับเพลง น่าจะสนุกกว่าเยอะ พอไม่มีเพลงแล้วเงียบๆกร่อยๆชอบกล เราคงติดการออกกำลังกายในคลาสที่มีเพลงด้วย ชอบเพลงเพราะทำให้เพลินๆดี

วันที่เราไปเป็นวันธรรมดาตอนเย็น คลาสเล่นกันแค่ 3 คน น้อยและไพรเวตสุดๆ รู้สึกคุ้มดี เทรนเนอร์ดูแลและจี้ได้ทั่วถึงเวลาอู้นะคะ “เข่าไม่ยกเลย” “ทำดีๆ!” “กระโดดสูงๆ” 



สถานที่

The street รัชดา ที่เล่นใหม่เอี่ยม แบ่งเป็นโซนกระโดดธรรมดากับโซนปีนเขา ข้อเสียคือ ไม่มีอุปกรณ์อะไรให้เลย! ได้ยินมาว่ามีห้องอาบน้ำ แต่ต้องเตรียมผ้าเช็ดตัวและสบู่ ยาสระผมมาเอง ไม่โอเคมากๆนะ ปกติฟิตเนสพวกนี้คิดราคาแบบนี้ควรจะมีให้ 

ได้ยินจากเทรนเนอร์ว่าสาขาที่ 2 จะเปิดที่ EmQuartier ช่วงส.ค.

ราคา

1 คลาส 490 บาท พร้อมบังคับซื้อถุงเท้าเฉพาะแบบมีปุ่มๆด้านล่าง คู่ละ 85 บาท แพงเหมือนกันนะ ถ้าจองออนไลน์จะเหลือ 450 แนะนำจองออนไลน์ก่อนไปเล่นค่ะ ตอนนี้มีขายแบบ 5 ครั้ง 2,200 ซึ่งเอาตรงๆเราว่าไม่ได้คุ้มเลย แค่จองออนไลน์ไปก็ได้ราคาเดียวกับเหมาจ่ายแล้ว ควรคิดโปรโมชั่นใหม่อย่างด่วนนะคะ

อ้อ น้ำเปล่าคริสตัลธรรมดาขวดละ20 ค่ะ ควรเตรียมน้ำมาเองด้วยค่ะ ได้จิบระหว่างเบรคในคลาสแน่นอน

ความรู้สึก

เหนื่อยมาก แต่หลังเล่นเสร็จแล้วตัวเบาสบายและอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เหมาะแก่การมาเล่นเวลาเครียดๆมากๆ คาร์ดิโอหนักๆดีอย่างนี้นี่เองสินะ ชอบความรู้สึกดีหลังออกกำลังกายเสร็จจัง 🙂

ตอนนี้รู้สึกรักกรุงเทพเรื่องเพิ่ม option ใหม่ๆการออกกำลังกายให้หลากหลายมาก ตั้งแต่คราวก่อนที่รีวิว Physique 57 ไป อันนั้นก็ชอบนะ ยังอยากไปลองอะไรใหม่ๆอีกตั้งหลายอย่าง Surfset ก็น่าสนุก เรียนเต้น hip-hop ก็อยากเรียน เราเป็นคนไม่ชอบเล่นกีฬา พอมีวิธีอื่นๆที่ออกกำลังกายได้แบบไม่ต้องเล่นกีฬาเลยรู้สึกดีกับการออกกำลังกายขึ้นเยอะมากๆ สามารถเอนจอยได้และสุขภาพแข็งแรงขึ้นได้ในแบบที่เราชอบและเหมาะกะเรา ดีอะ 



(การพัฒนาตัวเอง)

อันนี้ขอเพ้อเจ้อส่วนตัวไม่เกี่ยวกับ Bounce แล้ว แต่ขอจดวิวัฒนาการตัวเองไว้ว่าแต่ก่อนเราไม่มีทางมาเข้าคลาสแบบ Bounce fit ได้แน่นอน เพราะเล่นไม่ไหว ไม่ออกกำลังกายเลย ปีก่อนก็เริ่มจากโยคะร้อนเบาๆ พอปีนี้ 2016 ตั้งใจว่าอยากเล่นอะไรที่หนักขึ้น อยาก challenge อะไรใหม่ๆให้ตัวเอง อยากมี goals คิดไปมาหลายตลบก่อนตัดสินใจ sign up physical trainer 50 sessions ที่ WE fitness 

ตอนนี้เทรนไปประมาณ 12 ครั้ง 2 เดือน เห็นความเปลี่ยนแปลงในร่างกายตัวเองนะว่าอึดขึ้น แต่ก่อนคือทำอะไรก็ไม่ได้เลย อ่อนแอมากๆ การที่ตอนนี้ plank ได้ 30 วิคือภูมิใจมากๆ แต่ก่อน 10 วิก็ยังทำไม่ได้เลยมั้ง เริ่มเห็นกล้ามเนื้อนิดหน่อยแถวหน้าท้อง แขนดูไม่เหลวเท่าแต่ก่อน ดูมีก้นขึ้นนิด ยังเปลี่ยนไม่เยอะมาก แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เราไม่ได้ควบคุมอาหารด้วยเพราะไม่ได้อยากผอม แค่อยากแข็งแรงขึ้น กระชับขึ้น ไม่ย้วยมาก

มารู้สึกก็ตอนคลาส bounce fit นี่แหละว่าจากการที่เทรนมาทำให้ไม่เป็นลมคาแทรมโพลีน เห็นผลจริงๆ เทรนเนอร์ยังถามเลยว่าไม่เคยมาเล่น bounce fit เหรอ ดูเล่นโอเคนะ

เรารู้นะมันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับหลายๆคน แต่สำหรับเราคือความภูมิใจมากๆ มันไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย มันคือการบังคับให้ตัวเองทำสิ่งที่เกลียดมาเกือบตลอดชีวิต มันคือการมีวินัยบังคับตัวเองให้ทำสิ่งที่เกลียดสัปดาห์ละ2-3ครั้งทุกๆสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้เราเริ่มรู้สึกดีกับการออกกำลังกาย ถ้าไม่ได้ออกติดต่อกันจะเปรยว่าตัวอืด ตัวหนัก อยากออก! เพราะรู้สึกว่าออกแล้วรู้สึกดีจริงๆ

บอกเลยว่าจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต เปลี่ยนตัวเอง ท้าทายตัวเอง ทำในสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะทำได้ ทำให้รู้สึกดีมากๆจริงๆนะ 🙂